บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

บทที่ 1 ปราสาทคูสแลนด์, ไฮเอฟเวอร์

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 - 17:05 น.
AA 38

     จากรุ่นสู่รุ่น ที่ตระกูลคูสแลนด์ดำรงตำแหน่ง เทย์นแห่งไฮเอฟเวอร์ ได้รับความภักดีจากประชาชน เพราะความยุติธรรมและความเพียงพอ เมื่อครั้งประเทศเกิดความวุ่นวายโดยอาณาจักรโอเลเชียน       วิลเลียมและไบรซ์สองพ่อลูกทำหน้าที่ร่วมรบกับกษัตริย์ผู้ครองแผ่นดิน มาวันนี้เฟอร์กัสบุตรชายคนโตของไบรซ์ ได้ชักธงประจำตระกูลคูสแลนด์เข้ารับใช้องค์กษัตริย์ ครั้งนี้ไม่ได้ปะทะกับพวกโอเลเชียน แต่ปะทะกับดาร์คสปอว์นอันโหดเหี้ยมน่าขยะแขยงที่ใกล้เข้ามาจากทางใต้

ปราสาทคูสแลนด์

     "ข้าเชื่อว่าเวลานั้น ทหารของท่านก็จะมาถึงที่นี่ในไม่ช้า" ไบรซ์ คูสแลนด์กล่าวขึ้นต่อหน้าเตาผิงไฟในห้องโถง แม้ผมจะหงอกขาว แต่ท่วงท่ายังทะมันทะแมงดี ขณะนี้เขาดำรงตำแหน่งเป็น เทย์นแห่งไฮเอฟเวอร์อีกด้วย "ข้าคาดว่าพวกนั้นจะมาถึงในคืนนี้ และเราจะเดินทัพกันได้ในวันพรุ่ง ขออภัยในความล่าช้าด้วยใต้เท้า เป็นความผิดของข้าโดยสิ้นเชิง" เรนดอน ฮาว ผู้มีตำแหน่งเป็น อาร์ล ตอบกลับด้วยสีหน้าเป็นกังวล "ไม่ ไม่" ไบรซ์โต้กลับ "การปรากฏตัวของดาร์คสปอว์นในทางใต้ก่อความยุ่งยากให้แก่เราไม่ใช่รึ ข้าเองก็เพิ่งได้รับคำสั่งจากกษัตริย์เมื่อไม่กี่วันนี้เอง ข้าจะส่งลูกชายคนโตของข้าไป และท่านกับข้า พวกเราค่อยควบม้ากันไปวันรุ่งขึ้น ให้เหมือนวันเก่า ๆ" "ได้แน่นอน" เรนดอนตอบรับ "แต่สีผมเราต่างเริ่มหงอกกันแล้ว และเราก็สู้กับพวกโอเลเชียน ไม่ใช่พวกปีศาจเช่นครั้งนี้" "มันก็คล้าย ๆ กันแหล่ะน่า" ไบรซ์พูดพรางหัวเราะในลำคอ เขาเหลือบมาเห็นเอเดนพอดี "ขอโทษด้วยลูกหมา พ่อไม่เห็นว่าเจ้าอยู่ตรงนั้น ฮาว ท่านจำลูกชายของข้าได้ไหม" "จำได้สิ เขาโตขึ้นมาดูดีเลยทีเดียว ยินดีที่ได้พบกันอีกนะ พ่อหนุ่ม" เรนดอนกล่าวทักทาย "เช่นกัน ท่านอาร์ลฮาว" เอเดนตอบ "เดอไลลาห์ลูกสาวของข้าถามถึงท่านอยู่ บางทีครั้งหน้าข้าควรพานางมาด้วย" เรนดอนเปลย "ข้าไม่ชอบการคลุมถุงชน" เอเดนรีบปฏิเสธ "อย่าไปทะเลาะกับเขาเลยฮาว ท่านไม่สามารถสั่งให้เด็กดื้อนี่ทำไรได้หรอก" คูสแลนด์ผู้พ่อกล่าวแทรกเข้ามา "ช่างหุนหันเข้ากับทักษะการรบของเขา เยี่ยมมาก ใต้เท้า" เรนดอนเอ่ย "ไม่ว่าอย่างไรพ่อก็มีเหตุผลนะ ระหว่างที่พ่อกับพี่เจ้าไม่อยู่ เจ้าต้องคอยดูแลปราสาท" ไบรซ์หันไปอธิบายต่อลูกชาย "ข้าจะทำให้สุดความสามารถครับ ท่านพ่อ" เอเดนรับคำ "นั่นแหล่ะที่พ่ออยากได้ยิน" ไบรซ์กล่าวอย่างโล่งใจ "ที่นี่มีกำลังเพียงหยิบมือเดียว และเจ้าต้องรักษาความสงบในดินแดน เจ้าคงเคยได้ยินประโยคที่คนพูดกันว่า แมวไม่อยู่หนูร่าเริงใช่มั้ย นอกจากนั้นยังมีบางคนที่เจ้าจะต้องพบ" ไบรซ์พูดพลางหันไปบอกทหารข้างกาย "ตามดันแคนมาหน่อยซิ" ทหารทุบเกราะอกหนึ่งครั้งเพื่อเป็นการรับคำสั่ง พร้อมกับเดินออกไป ครู่เดียวก็มีชายวัยฉกรรจ์สะพายดาบเล่มสั้นด้ามยาวด้ามไว้ที่หลังเดินเข้ามา "เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นแขกเข้าห้องโถงของท่าน เทย์นคูสแลนด์" ชายฉกรรจ์หนวดเครารุงรังกล่าวทักทาย "ใต้เท้า ท่านไม่ได้กล่าวถึงการปรากฏตัวของเกรย์วอร์เดนส์ที่นี่หนิ" เรนดอนกล่าวด้วยสีหน้าตกใจ "ดันแคนเพิ่งมาถึงโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า มีปัญหาอะไรหรือไม่" ไบรซ์ถาม "อ่อ.. ไม่มีอะไร แต่แขกระดับนี้คงมีเรื่องร้องขอที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ข้าคิดว่า...จะทำให้ต้องตกอยู่สภาวะจำยอม" เรนดอนตอบอย่างตะกุกตะกัก "นั่นก็จริง เราไม่ค่อยปิติต่อการมาเยือนเท่าไหร่" ไบรซ์กล่าวพร้อมหันมาถามลูกชาย "ลูกหมาพ่อหวังว่าหลวงพ่ออัลดอสได้สอนเจ้าใช่ไหมว่าเกรย์วอร์เดนส์คือใคร" "พวกเขาจัดการกับดาร์คสปอว์นเมื่อนานมาแล้ว" เอเดนตอบ "เกรงว่ายังจัดการไม่ราบคาบ" ดันแคนกล่าวสวน "ตอนนี้ดาร์คสปอว์นได้คืบคลานเข้ามาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย กว่าครึ่งประเทศถูกรุกล้ำก่อนเราจะมีโอกาสโต้ตอบ" ไบรซ์อธิบายถึงสถานการณ์ "ดันแคนกำลังมองหาคนเข้ารับการคัดเลือกทางใต้ ก่อนที่จะได้เข้าร่วมกับกลุ่มวอร์เดนของเขาและข้าเชื่อว่าเขาคงมุ่งความสนใจไปที่ เซอร์กิลมอร์" "ถ้าข้าอาจหาญขอเสนอให้ลูกของท่านเข้ารับการคัดเลือกหล่ะ" ดันแคนตัดเข้าประเด็น "แม้จะรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง แต่นี่คือหนึ่งในลูกชายของข้านะ" ไบรซ์ตอบเชิงปฏิเสธ "ข้าไม่สนใจจะเป็นเกรย์วอร์เดนส์" เอเดนพูดแทรก "เห็นมั้ย ดันแคน ลูกข้าไม่สนใจ เว้นแต่ท่านจะร้องขอให้มีการเกณฑ์ที่ถูกต้อง" ไบรซ์สนับสนุนลูกชาย "ไม่ต้องกลัวหรอก เรามีผู้เข้ารับการคัดเลือกเก่ง ๆ ที่พอจะหาได้ ข้าไม่ต้องการให้มันเป็นการยัดเยียด" ดันแคนกล่าว "ลูกหมา ระหว่างที่พ่อไม่อยู่ เจ้ารับประกันเรื่องข้อเสนอของดันแคนได้มั้ย" ไบรซ์ถามลูกชายซ้ำ "แน่นอน" เอเดนตอบ "ในระหว่างนี้ เจ้าจงไปหาเฟอร์กัสและบอกเขาให้นำทัพไปออสเทการ์ล่วงหน้าก่อน" ไบรซ์มอบคำสั่งแก่ลูกชาย "แล้วเฟอร์กัสอยู่ที่ไหนหล่ะ" เอเดนถามกลับ "ชั้นบนในห้องของเขา ไม่ต้องสงสัยเลย คงใช้เวลาช่วงสุดท้ายกับลูกและเมียอยู่" ไบรซ์ตอบ "เป็นเด็กดี ทำตามที่พ่อสั่ง แล้วค่อยคุยกันใหม่" ไบรซ์กล่าวทิ้งท้าย

     เอเดนออกจากห้องโถง ขณะกำลังมุ่งหน้าไปทำตามคำสั่งของผู้เป็นพ่อ ก็มีเสียงหนึ่งสะดุดขึ้นมา "อยู่นี่เอง ขอโทษด้วยที่ต้องขัดจังหวะ แม่ของท่านให้ข้ามาตามตัว" ชายหนุ่มร่างกายกำยำหน้าตาหล่อเหลาพูด เขาคือกิลมอร์ อัศวินแห่งปราสาทคูสแลนด์ "ท่านหาข้าทำไม" เอเดนถามกลับ "เกรงว่าหมาของท่านเข้าไปทำความวุ่นวายในครัวอีกแล้ว ยายแกเลยขู่ว่าจะลาออกด้วย" กิลมอร์อธิบาย "ไอ้หมานั่นเข้าไปในห้องเก็บอาหารอีกแล้วรึ" เอเดนกล่าวด้วยน้ำเสียงโมโห "ไม่ว่าพวกคนใช้จะพยายามกันมันออกไปยังไง มันก็หาทางเข้าไปใหม่ได้อยู่ดี" กิลมอร์กล่าวต่อ "ท่านก็รู้ หมาล่าเนื้อพวกนี้มันจะฟังแต่เฉพาะเจ้านายของมัน คนอื่นเข้าไปก็เสี่ยงโดนกัดเปล่า ๆ" "งั้นข้าเดาว่าคงต้องเป็นหน้าที่ของข้าแล้วหล่ะ" เอเดนตอบอย่างเสียไม่ได้ "เยี่ยมมาก ก่อนที่ยายแกจะรื้อกำแพง" กิลมอร์กล่าวอย่างโล่งใจ "ท่านโชคดีมากนะที่มีสุนัขสงครามเป็นของตัวเอง รู้มั้ยพ่อข้ากล่าวไว้ว่าไง ฉลาดพอ แถมไม่พูดมาก แน่นอนเขายังเป็นคนเบื่อง่าย  ยายแกชอบด่าเขาที่ทำให้สบสนเวลาหัวเราะคนเดียว อย่างไรก็ตามแม่ของท่านสั่งให้ข้าคอยตามจนกว่าท่านจะสะสางเสร็จ ไปกันยังหล่ะ" "งั้นไปที่ห้องครัวกันเลย" เอเดนตอบตกลง "ตามเสียงกรี๊ดไปเลย เวลายายแกโมโห แกอยากประกาศให้ทุกคนได้รับรู้" กิลมอร์กล่าวพลางโบกมือไปทางเสียงที่ฟังดูโกลาหล

     "เอาไอ้หมาโง่นั่นออกมาจากห้องเก็บอาหารเดี๋ยวนี้" หญิงชราตวาดเสียงใส่พวกคนใช้ "แต่มันไม่ยอมให้เราเข้าใกล้เลยนะท่าน" คนใช้พยายามอธิบาย "ถ้าชั้นเข้าไปในห้องเก็บอาหารไม่ได้ชั้นสาบานเลย จะถลกหนังแกทั้งคู่ ไอ้พวกเอลฟ์ไร้ค่า" หญิงชราตะคอกต่อ "เอ่อ.. ใจเย็น ๆ พวกเรามาช่วย.." กิลมอร์พูดยังไม่ทันจบประโยค "ท่าน และท่าน ไอ้หมาบ้าของท่านมันเข้ามาอยู่ในห้องอาหารชั้น เจ้านั่นจะต้องถูกจัดการ" หญิงชราหันมาด่ากราด "ข้าขอโทษด้วยที่มันก่อปัญหาให้" เอเดนขอโทษต่อหญิงชรา "เอามันไป แค่เรื่องอาหารที่จะเลี้ยงทหารทั้งปราสาทชั้นก็วุ่นวายพออยู่และ" หญิงชราบ่นพร้อมกับหันไปใส่อารมณ์กับคนใช้ "แกทั้งคู่ เลิกยืนเป็นไอ้งั่งสักที หลบไปให้พ้น"

     เมื่อเอเดนกับกิลมอร์เข้ามาภายในห้องเก็บอาหาร ก็เห็นสัตว์ที่กล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ กำลังตามดมกลิ่นบางอย่างอยู่ "โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง" มันเห่าเหมือนเจออะไรบางอย่าง "เฮ้อ ดูสภาพรกรุงรังนี่สิ มันเข้ามาที่นี่ได้ยังไงเนี่ยะ" กิลมอร์ถอนหายใจ เจ้าหมาล่าเนื้อหันมาเห่าอย่างตื่นเต้นทันทีที่เห็นเอเดนผู้เป็นเจ้านาย "แกจะบอกอะไรข้ารึ เจ้าหนู" เจ้าหมากระโดดวนไปมาประดุจบอกว่า ใช่ ใช่ ใช่ "มันเหมือนพยายามจะบอกอะไรกับท่าน เดี๋ยวนะ นั่นเสียงอะไร" กิลมอร์กล่าวพรางตกใจ ทันใดนั้นเอง ก็ปรากฏฝูงสัตว์พากันเข้ามานับสิบ ทำให้พวกเอเดนทั้งคนและหมาต้องออกแรงไล่กำจัด "หนูยักษ์ นั่นมันเหมือนเรื่องผจญภัยที่แสนแย่เรื่องนึงที่ปู่ของข้าเล่าให้ฟังเลยนะเนี่ยะ หมาของท่านคงตามรอยจนมาเจอรังของพวกมัน ดูเหมือนเจ้าหมานี่ไม่ได้เข้ามาเพื่อขโมยอาหารนะ" กิลมอร์กล่าวเมื่อเริ่มเข้าใจสถานการณ์ เจ้าหมาเห่ารับเหมือนดีใจที่มีคนเข้าใจสิ่งที่มันทำ "พวกมันเป็นหนูที่ตัวใหญ่มาก" เอเดนกล่าว "ข้าเคยเห็นใหญ่กว่านี้อีก พวกมันจะมาจากป่าคอร์คาริบ้างบางคราว" "เนื่องจากท่านได้จัดการเรื่องหมาของท่านได้แล้ว ข้าขอตัวไปเตรียมการรับคนของท่านอาร์ลที่จะมาถึงก่อนนะ" กิลมอร์พูดจบก็แยกตัวไป "ไม่ต้องสงสัยเลย เลียปากอย่างงี้กินเนื้อย่างมาละสิ ทำตามใจแกเลย" หญิงชราปรี่เข้ามาว่าเจ้าหมาล่าเนื้อ "จริง ๆ มันปกป้องห้องเก็บอาหารของท่านจากพวกหนูนะ ตัวใหญ่เสียด้วย" เอเดนพยายามอธิบาย "อะไรนะ หนูรึ ไม่ใช่สีเทาตัวใหญ่ ๆ ใช่มั้ย" "พวกมันจะรุมทึ้งท่านเป็นชิ้น ๆ มันทำแน่" เหล่าคนใช้พากันผวา "เห็นมั้ย ท่านทำให้พวกคนใช้กลัว ชั้นหวังว่าพวกน่ารังเกียจนั่นคงตายเรียบร้อยแล้วนะ" หญิงชราถาม "ใช่ พวกหนูถูกกำจัดหมดแล้ว จริง ๆ มันค่อนข้างยุ่งยากทีเดียวแหล่ะ" เอเดนตอบ "อืม ชั้นพนันได้เลย เริ่มจากเจ้าหมานั่นแหล่ะที่พาพวกหนูเข้ามา" หญิงชรากล่าวตำหนิ เจ้าหมาได้แต่มองและครางเบา ๆ "โอ้... ไม่ต้องมาทำตาเศร้าเลย ชั้นไม่ใจอ่อนกับแกหรอก" หญิงชราเริ่มเสียงอ่อย เจ้าหมามองพร้อมใช้มุขเดิมอีกครั้ง "เอ้า เอาเนื้อหมูนี่ไปแล้วอย่ามาว่า ว่ายายไม่เคยให้อะไรเลยหล่ะ เจ้าหมาบ้า" เจ้าหมากินเนื้อหมูพร้อมเห่าอย่างมีความสุข "ขอบคุณนายท่าน ทีนี้เราก็ทำงานต่อกันได้แล้ว" หญิงชรากล่าวขอบคุณเอเดน พร้อมหันไปตะโกนใส่คนใช้ "แกทั้งสอง เลิกยืนนิ่งกันได้แล้ว"

     หลังจากจัดการเรื่องสุนัขของตัวเองเสร็จ เอเดนก็เตรียมทำตามคำสั่งบิดา แต่กลับพบกลุ่มคนยืนขวางอยู่ "ไบรซ์ที่รักของชั้นนำสิ่งนี้กลับมาจากออเลียสเมื่อปีที่แล้ว ท่านมาร์ควิสให้เขามาตอนเมา ท่านเข้าใจว่าเขาเป็นกษัตริย์" หญิงชรากล่าว นางคือเทย์นาเอเลนอร์ ภรรยาของเทย์ไบรซ์ มารดาของเรานั่นเอง (Teyrn ถือเป็นตำแหน่งขุนนางที่สูงที่สุด ตอนเหนือคือ ไฮเอฟเวอร์ ตอนใต้คือ กวาเรน) "อ่า นี่ไงลูกชายคนเล็กของชั้น จัดการปัญหาเรื่องหมาในครัวหรือยังหล่ะ" เอเลนอร์ถามลูกชาย "ใช่ครับ ท่านแม่ ยายแกกลับไปทำงานแล้ว" เอเดนตอบ "ลูกมีหนทางรับมือยายแกเสมอ ลูกรักจำท่านหญิงแลนดราได้มั้ย ภรรยาของบานน์ โลเรนหน่ะ" เอเลนอร์ถาม "ชั้นคิดว่าเราไม่ได้พบกันตั้งแต่งานชุมนุมฤดูใบไหม้ผลิของแม่ท่านปีที่แล้ว" แลนดรากล่าวเสริม "จำได้สิครับ เป็นเรื่องดียิ่งที่ได้พบท่านอีกครั้ง ท่านหญิง" เอเดนกล่าว  "พูดจาน่ารักมาก คงไม่ได้จะเกี้ยวกันลงคอหรอกนะ" แลนดรากล่าว "ต่อหน้าต่อตาครอบครัวเลยแหล่ะ" เสียงชายหนุ่มแทรก "จำแดร์เรนลูกชายชั้นได้มั้ย ชั้นเชื่อว่าทั้งสองคงเคยประมือกันในการแข่งขันครั้งที่แล้ว" แลนดราแนะนำลูกชาย "และท่านก็คว่ำข้าอย่างรวดเร็ว อย่างที่ข้าไม่อาจลืม มันเยี่ยมมากที่ได้พบท่านอีก ใต้เท้า" แดร์เรนกล่าวทักทาย "เช่นกัน แดร์เรน" เอเดนตอบกลับ "และนี่นางกำนัลของข้า ไอโอนา พูดอะไรสักอย่างสิ" แลนดราแนะนำหญิงสาว "รู้สึกเป็นเกียรติมากใต้เท้า ข้าได้ยินเรื่องมหัศจรรย์เกี่ยวกับท่านมากมาย" ไอโอนากล่าวอย่างตื่นเต้น "เดี๋ยวนะเอเลนอร์ แต่ข้าเชื่อว่าสาวน้อยนี่หลงรักพ่อหนุ่มของท่านแล้วหล่ะ" แลนดราแซว "ท่านหญิง แลนดรา" ไอโอนาร้องอย่างเขินอาย "พอเถอะแลนดรา นางหน้าแดงหมดแล้ว" เอเลนอร์กล่าว "บางทีเราควรได้คุยกันตามลำพังบ้างนะ ไอโอนา" เอเดนเปรย "ได้ตามประสงค์ค่ะใต้เท้า" ไอโอนาตอบ "ชั้นคิดว่าชั้นควรไปพักแล้วหล่ะ แดร์เรน ไว้แม่ค่อยเจอลูกกับไอโอนาตอนมื้อเย็นนะ" แลนดรากล่าว "เราจะหลบไปอยู่ที่ห้องสมุด" แดร์เรนตอบ "ขอตัวก่อน ท่านหญิง"

     "ลูกควรบอกลาตอนที่ยังมีโอกาสนะ" เอเลนอร์บอกแก่ลูกชาย "ท่านรู้หรือไม่ว่าเกรย์วอร์เดนส์อยู่ที่นี่" เอเดนถาม "รู้ พ่อเจ้าเอ่ยอยู่ อย่าบอกนะว่าลูกคิดจะไปร่วมการคัดเลือกหน่ะ" เอเลนอร์ถามอย่างสงสัย "ท่านพ่อไม่อนุญาต" เอเดนตอบ "แม่คิดว่าลูกยังไม่ได้ตอบคำถามแม่นะ" เอเลนอร์ถามซ้ำ "ลูกมีพร้อมแล้วที่ปราสาทนี่ แม่ไม่อยากให้ลูกออกไปเสี่ยงเหมือนพี่" "ทำไมข้าถึงไปกับท่านพ่อและท่านพี่ไม่ได้" เอเดนตัดพ้อ "แม่รู้มันยากที่จะอยู่เฉย ๆ ที่ปราสาทดูคนอื่นออกไปรบ แต่เราต้องมุ่งไปที่หน้าที่เป็นอันดับแรก ลูกเข้าใจใช่มั้ย" เอเลนอร์อธิบาย "ครับ ข้าเข้าใจ" เอเดนตอบ "เชื่อแม่ เดี๋ยวก็ถึงเวลาของลูก" เอเลนอร์กล่าว "ข้ามีความรู้สึกแย่ๆกับทุกๆเรื่อง" เอเดนตอบ "แม่ก็เหมือนกัน พ่อและพี่ของลูกกำลังเดินทัพออกไปรบ ใครจะไปรู้ ไม่มีอะไรรับประกันได้ แต่กระนั้นเราคงทำอะไรไม่ได้ เฟอร์กัสกับพ่อก็มีหน้าที่ของเขา เราก็มีหน้าที่ของเรา" เอเลนอร์กล่าว "ท่านจะอยู่แต่ในปราสาทหรือเปล่า" เอเดนถาม "สักสองสามวัน หลังจากนั้นแม่จะไปเที่ยวกับท่านหญิงแลนดรา พ่อคิดว่าการที่แม่ยังอยู่ที่นี่อาจบ่อนทำลายอำนาจของลูก" เอเลนอร์ตอบ "ข้าคิดว่าท่านไม่ควรไป" เอเดนแย้ง "ไม่ต้องห่วงหรอกลูกรัก ไปไม่นานหรอก" เอเลนอร์ตอบ "งั้นข้าขอตัว" เอเดนเตรียมไปหาเฟอร์กัส "แม่รักเจ้านะลูกรักของแม่ เจ้ารู้ใช่ไหม" เอเลนอร์กล่าว "ข้าก็รักท่านเช่นกัน" เอเดนตอบ "ไปทำสิ่งที่ต้องทำเถอะ แล้วเจอกัน" เอเลนอร์ทิ้งท้าย

     ก่อนไปหาเฟอร์กัส เอเดนฉุกคิดได้ว่า แดร์เรนและนางกำนัลอาจอยู่ที่ห้องสมุดเข้าจึงแวะไปหา และเมื่อก้าวเข้ามาที่ห้องสมุดด้านใน เอเดนก็พบกับเขาทั้งคู่ "นั่นช่างเป็นหมาที่วิเศษมาก เขาดูสง่าและมีไหวพริบ" ไอโอนากล่าวชม และเจ้าสุนัขก็เห่ารับอย่างดีใจ "ยินดีที่ได้พบกันอีก ใต้เท้า" ไอโอนาทักทายเอเดน "ข้าขอกล่าวว่าเจ้าเป็นคนสวยมากๆ" เอเดนชม "ขอบคุณคะ ใต้เท้าช่างอ่อนโยนเหลือเกิน" ไอโอนาตอบ "ทำไมเจ้าถึงมากับท่านหญิงแลนดราได้" เอเดนถาม "ครอบครัวชั้นรับใช้นางมาหลายปีแล้ว ท่านหญิงให้การศึกษาแก่ชั้นเพื่อเป็นรางวัลในความจงรักภักดี ชั้นหวังว่าโอกาสนี้จะส่งผ่านไปยังลูกสาวของชั้น" ไอโอนาตอบ "ลูกสาวเจ้ารึ" เอเดนสงสัย "ขออภัยคะ ที่ชั้นไม่ได้กล่าวถึงนาง" ไอโอนากล่าว "บอกข้าเกี่ยวกับนางสิ" เอเดนถามต่อ "นางชื่อเอเมธีน์ พ่อของนางป่วยตายตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว" ไอโอนาตอบ "ข้าเสียใจด้วย" เอเดนกล่าว "ขอบคุณคะ เขาไปอยู่ด้วยกับเมคเกอร์แล้ว" ไอโอนากล่าว "ข้าพนันได้เลยว่านางมีดวงตาที่สวยเหมือนเจ้า" เอเดนกล่าว "ใช่ นางมี... หลายคนบอกว่านางเหมือนข้ามาก มีชั้นเพียงคนเดียวกระมังที่เห็นบางอย่างเหมือนพ่อของนาง" ไอโอนาตอบ "ข้าว่าเราควรรู้จักกันให้มากกว่านี้นะ" เอเดนกล่าว "เราไม่ได้ทำเช่นนั้นอยู่หรือ มีอะไรในใจท่านหรือเปล่า" ไอโอนาสงสัย "มันจะรู้จักกันมากกว่านี้ ถ้าเป็นในห้องของข้า" เอเดนกล่าวอย่างมีเลศนัย "ชั้นว่าเช่นนั้นก็ดีเหมือนกัน เห็นด้วยไหมถ้าชั้นจะไปเคาะเรียกตอนที่ทุกคนหลับไปแล้วคะ ใต้เท้า" ไอโอนายืนข้อเสนอ "เรียกข้าว่าเอเดน" เอเดนตอบเหมือนรับข้อเสนอ "จนกว่าจะถึงคืนนี้นะ" ไอโอนาทิ้งท้าย

     เอเดนเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของพี่ชาย และกำลังจะเดินเข้าไปแจ้งสารที่บิดาฝากมา "สงครามจะเริ่มจริงๆแล้วใช่มั้ยฮะท่านพ่อ ท่านจะเอาดาบมาให้ข้าได้หรือยัง" เสียงเด็กน้อยบุตรของเฟอร์กัส "ดาบรึ ออเรน ได้สิ พ่อจะหาเล่มที่แข็งแกรงที่สุดเท่าที่จะหาได้ พ่อสัญญา และจะกลับมาถึงก่อนเจ้าจะรู้ตัวด้วยซ้ำ" เฟอร์กัสกล่าวต่อบุตรชาย "ข้าขอให้ได้ชัยชนะจริงๆสักที ใจของข้าไม่ค่อยสงบเลย" ออเรียนาผู้เป็นภรรยากล่าว "อย่าทำลูกกลัวสิที่รัก ข้ากล่าวทุกอย่างไปหมดแล้วและน้องชายข้าก็มาอยู่นั่น เช็ดน้ำตาซะที่รักแล้วอวยชัยให้แก่ข้า" เฟอร์กัสกล่าวต่อภรรยา "งั้นข้าออกไปรอข้างนอกนะ" เอเดนกล่าว "อยู่ได้ ข้าแค่จะกล่าวลา" เฟอร์กัสกล่าวต่อน้องชาย "ท่านพ่อฝากมาบอกว่าให้ล่วงหน้าไปก่อน" เอเดนกล่าว "คนของท่านอาร์ลคงมาช้าสินะ ข้าคิดว่าคนพวกนั้นเดินถอยหลังมาแน่ ๆ" เฟอร์กัสถอยหายใจ "อืม คงต้องไปแล้วสินะมีดาร์คสปอว์นมากมายให้ตัดหัวเวลามีไม่มาก ไปกันเถอะ แล้วพบกันนะที่รัก" เฟอร์กัสกล่าว "ข้าหวังว่าลูกอันเป็นที่รักของข้าจะรอพวกเราก่อนที่จะจากไป" ไบรซ์กล่าวพร้อมเดินเข้ามากับเอเลนอร์ผู้เป็นภรรยา "โชคดีนะ ลูกข้า ข้าจะสวดอ้อนวอนขอให้ลูกปลอดภัยทุกๆวัน เอเลนอร์กล่าวต่อเฟอร์กัส "ทำไมท่านไม่มาบอกสารเองหล่ะท่านพ่อ" เอเดนกล่าวต่อบิดาด้วยความสงสัย "และพลาดการได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับลูกชายทั้งสองงั้นรึ อย่าเลย" ไบรซ์ตอบ "เมคเกอร์ ปกปักษ์รักษาพวกเรา คอยคุ้มกันผู้เป็นบุตร ผู้เป็นสามี และผู้เป็นพ่อ และนำพวกเขากลับมาหาเราอย่างปลอดภัยด้วยเถิด" ออเรียนากล่าว "และนำเบียร์กับสาวสาว เออ.. แน่นอน สำหรับคนอื่น ๆ นะ" เฟอร์กัสกล่าวอย่างลืมตัว "เฟอร์กัส  ท่านกล่าวเช่นนี้ต่อหน้าท่านแม่เลยรึ" ภรรยาเฟอร์กัสตักเตือน "สาวสาวคืออะไรเหร๋อฮะ ใช่สาวถังน้ำขึ้นจากบ่อหรือเปล่า" ออเรนกล่าวอย่างไร้เดียงสา "ออเรน สาวสาวคือผู้หญิงที่คอยเทเบียร์ที่โรงเบียร์หรือผู้หญิงที่ดื่มเบียร์ไปมาก ๆ" ไบรซ์อธิบายให้หลานฟัง "ไบรซ์ พระเจ้าช่วย สาบานได้เลยว่าเหมือนชั้นอยู่กับพวกไม่รู้จักโต" เอเลนอร์กล่าวประชด "ข้าเป็นห่วงท่านนะ ท่านแม่" เฟอร์กัสกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะ "ดูแลนางเป็นอย่างดีด้วย น้องข้า" "ไว้ใจข้าได้เลย" เอเดนตอบ "โอ้ เยี่ยม ช่างซาบซึ้งจนเนื้อเต้นที่จะถูกดูแลเป็นอย่างดี" เอเลนอร์กล่าว "พอแล้ว พอแล้ว" ไบรซ์พูดติดตลก "ลูกหมา เจ้าต้องรีบนอนแต่หัวค่ำนะ พรุ่งนี้มีอะไรให้ทำอีกหลายอย่าง" ไบรซ์บอกแก่เอเดนให้เตรียมพักผ่อนและวันอันแสนสุขสันต์ของครอบครัวก็ได้หมดลง

ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

บทที่ 1 ปราสาทคูสแลนด์, ไฮเอฟเวอร์